POY Happy Vibes

Hikikomori คืออะไร? สัญญาณของการเก็บตัวและสุขภาพจิตที่คุณควรใส่ใจ

ฮิคิโคโมริคืออะไร? ภาวะเก็บตัว สัญญาณความเครียดในยุคใหม่

ลองจินตนาการถึงการใช้ชีวิตอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมทุกวัน หันหลังให้ประตูและพูดกับตัวเองว่า “ฉันใช้ชีวิตในห้องนี้ทุกวัน” คำถามคือ เราเลือกอยู่คนเดียวเพราะชอบ หรือ เพราะเรากำลังเผชิญกับ ❝ ฮิคิโคโมริ ❞ ภาวะที่สะท้อนความโดดเดี่ยวอย่างรุนแรง

❝ ฮิคิโคโมริ ❞ 𝐇𝐢𝐤𝐢𝐤𝐨𝐦𝐨𝐫𝐢 (ひきこもり หรือ 引きこもり) ประกอบด้วยคำว่า

“hiku” (引く) ที่แปลว่า “ดึง” หรือ “ถอน”
“komoru” (籠る) ที่แปลว่า “เก็บตัว” หรือ “อยู่ในที่ลับ”

❝ ฮิคิโคโมริ ❞ (Hikikomori) หรือ “ฮิคกี้” คืออาการของการเลือกเก็บตัวอยู่ในห้องส่วนตัวโดยไม่ออกไปเผชิญหน้ากับสังคม ไม่ทำงาน หรือเรียน และตัดขาดการปฏิสัมพันธ์ แม้กับสมาชิกในครอบครัว ผู้ที่เป็น ❝ ฮิคิโคโมริ ❞ จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเล่นเกมส์ ดูหนัง หรืออ่านการ์ตูนในห้องของตนเอง แม้จะไม่มีอาการทางกาย แต่การเก็บตัวนาน ๆ อาจนำไปสู่โรคซึมเศร้า ซึ่งส่งผลกระทบต่ออารมณ์และสุขภาพจิตอย่างรุนแรงได้

เก็บตัว = มีปัญหา?
  • ค้นหาความสงบ: หลบหนีความวุ่นวายและเครียด เพื่อพักผ่อนและหาความสงบ
  • ไม่มั่นคงทางสังคม: หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกวิตกกังวล
  • ปัญหาสุขภาพจิต: อาจเป็นสัญญาณของความวิตกกังวลหรือซึมเศร้า ซึ่งต้องการการสนับสนุน
  • เหตุผลส่วนตัว: บางคนชอบอยู่คนเดียวหรือมีเหตุผลส่วนตัวในการเก็บตัว
ไม่ใช่แค่โลกส่วนตัวสูง แต่ไม่อยากยุ่งกับใครเลย!

❝ ฮิคิโคโมริ ❞ เดิมถูกมองว่าเป็นปัญหาเฉพาะในญี่ปุ่น ซึ่งหนุ่มสาวมักถอนตัวจากสังคมอย่างสิ้นเชิง มักเกิดในวัย 14-30 ปี โดยเฉพาะผู้ชายจากครอบครัวที่มีการศึกษาสูง ในปี 2020 รัฐบาลญี่ปุ่นพบว่ามีผู้ใช้ชีวิตเช่นนี้กว่า 1.15 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 10 ล้านคนในอีก 13 ปีข้างหน้า ล่าสุด ❝ ฮิคิโคโมริ ❞ กลับแพร่กระจายไปในหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีการพัฒนาและการแข่งขันสูง

แม้สาเหตุของ ❝ ฮิคิโคโมริ ❞ ยังไม่ชัดเจน แต่ปัจจัยสำคัญมาจากความล้มเหลวในชีวิต การกดดันจากครอบครัว โรงเรียน และสังคม หลายคนเลือกปฏิสัมพันธ์ออนไลน์แทนการพบปะผู้คนจริง เพราะรู้สึกปลอดภัยและได้รับการยอมรับมากกว่า

ความสุขที่ซ่อนอยู่ในการอยู่คนเดียว
  • ทำตามใจตัวเอง: ทำสิ่งที่เราต้องการได้โดยไม่ต้องตามใจใคร
  • ความสงบภายใน: การอยู่คนเดียวช่วยให้ได้ค้นพบความสงบและพอใจในชีวิตประจำวัน
  • เวลาสำหรับความสนใจส่วนตัว: มีเวลาในการสำรวจและพัฒนาความสนใจ เช่น การอ่านหนังสือหรือการเรียนรู้สิ่งใหม่
  • พื้นที่ปลอดภัย: การเก็บตัวสร้างพื้นที่ปลอดภัยจากแรงกดดันและความเครียด
  • การเรียนรู้และเติบโต: เวลาอยู่คนเดียวเป็นโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตัวตน
เช็คลิสต์ความติสต์ คุณมีสภาวะ 𝐇𝐢𝐤𝐢𝐤𝐨𝐦𝐨𝐫𝐢 หรือไม่ ?
  1. หลีกเลี่ยงการติดต่อ: สื่อสารกับผู้อื่นน้อยมากหรือไม่เลย
  2. ใช้ชีวิตในที่เดิม: ใช้เวลาอยู่ที่บ้านหรือห้องนอนเป็นหลัก
  3. หลีกเลี่ยงกิจกรรมสังคม: ไม่สนใจหรือเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม
  4. ความสุขกับการอยู่คนเดียว: รู้สึกสบายใจในการใช้ชีวิตคนเดียว
  5. ไม่สนใจความรับผิดชอบ: หลีกเลี่ยงการทำงานหรือการศึกษา
  6. เสพติดไลฟ์สไตล์นี้: ใช้ชีวิตในแบบนี้จนกลายเป็นนิสัย
  7. มีปัญหาสุขภาพจิต: อาจมีความรู้สึกโดดเดี่ยวหรือเครียด
  8. ขาดทักษะการสื่อสาร: การไม่ออกไปพบปะสังคมอาจทำให้ทักษะการสื่อสารลดลง
วิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสีย

ข้อดี

  1. เวลาในการคิด: ช่วยให้เข้าใจตัวเองและพัฒนาความคิด
  2. สร้างสรรค์ได้: มีเวลาทำงานศิลปะหรือกิจกรรมสร้างสรรค์
  3. ลดความเครียดจากสังคม: ลดความเครียดจากการพบปะและความคาดหวัง

ข้อเสีย

  1. ปัญหาสุขภาพจิต: อาจรู้สึกโดดเดี่ยวหรือเครียดจากการขาดปฏิสัมพันธ์
  2. ขาดทักษะการสื่อสาร: การไม่ได้ฝึกทักษะการสื่อสารอาจส่งผลต่อการทำงาน
  3. ปัญหาทางกายภาพ: การอยู่ในบ้านมากเกินไปอาจขาดการออกกำลังกาย
เปิดชีวิตที่ปิดตายของ ”ยูโตะ โอนิชิ”

“ยูโตะ โอนิชิ” หนุ่มญี่ปุ่นวัย 18 ปี ตัดขาดจากโลกภายนอกและอยู่ในห้องนานถึง 3 ปี เขาใช้เวลาในการท่องอินเทอร์เน็ต ดูอนิเมะ และอ่านมังงะ จนเริ่มรู้สึกว่าสบายใจมากขึ้นเมื่ออยู่คนเดียว การอยู่คนเดียวกลายเป็นกิจวัตรที่เขาไม่สามารถเลิกได้

“ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมเป็นมันไม่ปกติ แต่ผมก็ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลง เพราะผมรู้สึกว่าแบบนี้แหละปลอดภัยแล้ว การเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดของตัวเองนั้นน่ากลัวมาก มันยาก แต่หากคุณทำได้ มุมมองของคุณจะเปลี่ยนไป”

ยูโตะ โอนิชิ

ปัจจุบัน ยูโตะ ฟื้นตัวจากอาการนี้ได้สำเร็จ เขาได้แรงผลักดันจากความฝันในการท่องเที่ยวและทำงานในต่างประเทศ

หายได้ ต้องเริ่มจากการเชื่อใจกัน!

ศาสตราจารย์คาโต้ (Kato Tatsuya) นักจิตวิทยาชาวญี่ปุ่นกล่าวว่า ผู้ที่เป็น ❝ ฮิคิโคโมริ ❞ มีโอกาสหายได้หากได้รับการสนับสนุนอย่างเชื่อใจ การรักษามุ่งเน้นการกระตุ้นกิจกรรมทางกายและพัฒนาทักษะการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ด้วยวิธีการค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของครอบครัว เพื่อเพิ่มการใส่ใจและการพูดคุย การบำบัดอาจรวมถึงการทำงานร่วมกับครอบครัวเพื่อช่วยให้กลับมามีส่วนร่วมในงานหรือการเรียน

การสร้างความรู้สึกบวกเริ่มต้นด้วยการสร้างคุณค่าและความเชื่อมั่นในตนเอง การเป็น ❝ ฮิคิโคโมริ ❞ ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงสังคม แต่เป็นการขาดแรงกระตุ้นในการพบโลกภายนอก เราควรกระตุ้นให้เขาเห็นคุณค่าในตนเองและรู้สึกสบายใจ โดยไม่ยึดตามมาตรฐานเดิม เช่น การเรียนจบหรือเงินเดือนสูง

แม้ในไทยจะยังไม่มีรายงาน ❝ ฮิคิโคโมริ ❞ อย่างเป็นทางการ แต่เราควรระวังสัญญาณความเครียดจากบ้าน ที่ทำงาน หรือโรงเรียน หากรู้สึกเครียด ควรหาที่ปรึกษาหรือขอความช่วยเหลือนะคะ

 

ที่มา
1. https://shorturl.at/9UHK3
2. https://shorturl.at/SmzJx

ค้นพบหนังสือพัฒนาตัวเองที่เราเลือกมาให้คุณโดยเฉพาะ เพิ่มพลังบวก เสริมทักษะ และพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น คลิกเพื่อดูรายละเอียดหรือเลือกซื้อหนังสือที่เหมาะกับคุณ!

TAGS :

Share : 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

ปอย นักการตลาดที่มีความเชี่ยวชาญในการเขียนและความคิดสร้างสรรค์ ด้วยแพสชันในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ความเป็น perfectionist ทำให้ปอยมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพทุกครั้ง ปอยเชื่อในการแบ่งปันสิ่งดี ๆ เปรียบเสมือนการปล่อยแสงแดดที่ขับไล่ความหม่นหมองและเติมเต็มความสดใสให้ชีวิต มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาตัวเองไปพร้อมกัน เพราะทุกการพัฒนาเล็ก ๆ สามารถเปลี่ยนชีวิตเราได้ทุกวัน