POY Happy Vibes

poyhappyvibes

poyhappyvibes

บทเรียนชีวิตสอนใจ: เด็กน้อยกับแอปเปิ้ลสองลูก

บทเรียนชีวิตสอนใจ: เด็กน้อยกับแอปเปิ้ลสองลูก ในโลกปัจจุบัน เรามักตัดสินคนอื่นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในยุคโซเชียลมีเดียที่ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเปิดเผย การตัดสินจากข้อมูลหรือภาพเพียงเสี้ยววินาทีนั้นอาจไม่เป็นธรรมเสมอไป เรื่องเล่าที่อยากแบ่งปันนี้คือบทเรียนชีวิตที่มีชื่อว่า ❝ เด็กน้อยกับแอปเปิ้ลสองลูก ❞ เด็กน้อยตัวเล็กน่ารักคนหนึ่งถือแอปเปิ้ล 2 ลูกในมือ แม่เดินเข้ามาถามว่า “หนูช่วยแบ่งแอปเปิ้ลให้แม่สักลูกได้ไหม?” เด็กน้อยมองหน้าแม่แล้วหันไปมองแอปเปิ้ลในมือ จากนั้นเธอก็กัดแอปเปิ้ลลูกหนึ่ง และก็กัดแอปเปิ้ลอีกลูกหนึ่งทันที ทั้งสองลูกที่เธอกัดไปนั้น เป็นที่ทำให้แม่รู้สึกผิดหวังและเศร้าใจ คิดว่าเด็กน้อยไม่อยากแบ่งปัน แต่ก่อนที่แม่จะพูดอะไร เด็กน้อยกลับยื่นแอปเปิ้ลลูกหนึ่งให้แม่พร้อมพูดว่า… “ลูกนี้หวานกว่าค่ะ แม่เอาลูกนี้นะคะ” เด็กน้อยยื่นแอปเปิ้ลให้แม่ด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข จากเหตุการณ์นี้ เราสามารถเรียนรู้สิ่งสำคัญได้หลายอย่าง: การไม่ด่วนตัดสินผู้อื่น: ควรเปิดใจและให้โอกาสในการแสดงออกถึงเจตนาที่แท้จริงของผู้อื่น ความหวังดีและความบริสุทธิ์: ความบริสุทธิ์ใจของเด็กน้อยที่ต้องการแบ่งปันนั้นเป็นสิ่งที่น่าประทับใจ ควรเป็นตัวอย่างให้เรามองเห็นความดีในผู้อื่นเสมอ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร อย่าตัดสินคนเพียงแค่แว่บแรกที่เห็น… เพราะบางทีสิ่งที่เราเห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่เขาเป็นจริง ๆ ก็ได้ คุณเคยประสบกับสถานการณ์ที่ต้องตัดสินใจเกี่ยวกับคนอื่นหรือไม่?…

Empath: ผู้หยั่งรู้ทางความรู้สึก กับวิธีเปลี่ยนจุดด้อยให้เป็นพลังบวกในชีวิต

Empath: ผู้หยั่งรู้ทางความรู้สึก กับวิธีเปลี่ยนจุดด้อยให้เป็นพลังบวก หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกแปลกแยก แตกต่างจากผู้คนในสังคม สงสัยในความเป็นตัวเอง อ่อนไหวง่าย ไวต่อความรู้สึกนึกคิดของสิ่งรอบตัว ทั้งยังรับรู้อารมณ์ของผู้อื่นได้อย่างลึกซึ้งจนทำให้เรา “ทุกข์” คุณอาจเป็น ❝ Empath ❞ แล้วไม่รู้ตัว! บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าการเป็น Empath ผู้หยั่งรู้ทางความรู้สึก คืออะไร และวิธีเปลี่ยนจุดด้อยให้เป็นพลังบวกในชีวิต คุณอาจจะเคยได้ยินและคุ้นชินกับความว่า 𝐄𝐦𝐩𝐚𝐭𝐡𝐲 มากกว่า ซึ่งหมายถึง ความเอาใจใส่เข้าอกเข้าใจผู้อื่น บุคคลที่ถูกเรียกว่า 𝐄𝐦𝐩𝐚𝐭𝐡 ก็คือบุคคลที่มี 𝐄𝐦𝐩𝐚𝐭𝐡𝐲 ความเอาใจใส่เข้าอกเข้าใจผู้อื่น แต่มีมากเกินไปจนดูดซับอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่นทั้งด้านบวกและด้านลบได้ลึกซึ้งกว่าคนปกติทั่วไป จนได้รับฉายาว่าเป็น ❝ มนุษย์ฟองน้ำ ❞ ส่งผลให้พวกเขารับความทุกข์ของผู้อื่นมากเกินไปจนรู้สึกหมดพลัง ความแตกต่างระหว่าง Empath VS Empathy…

[รีวิวหนังสือ] ใครเอาเนยแข็งของฉันไป ❝ Who Moved My Cheese ❞ ?

[รีวิวหนังสือ] ใครเอาเนยแข็งของฉันไป ❝ Who Moved My Cheese ❞ ? แน่นอนว่า.. หากพูดถึงหนังสือขายดีติดอันดับโลกนั้น จะต้องมีชื่อ Who Moved My Cheese? เพราะเล่มนี้ถูกจัดให้เป็นสุดยอดหนังสือขายดีอันดับหนึ่งของโลกที่มียอดขายมากกว่า 35 ล้านเล่ม แปลไปแล้วถึง 44 ภาษา เขียนโดย ❝ Spencer Johnson (สเปนเซอร์ จอห์นสัน, น.พ.), M.D. ❞ หนังสือที่ช่วยให้ใครหลายคนค้นพบความจริงของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข กล้าก้าวสู่โอกาสใหม่ ๆ ในหลากแง่มุม ทั้งการงาน ความสัมพันธ์ และอื่น ๆ ทั้งยังช่วยเตือนสติผู้คนให้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลง…

คุณคือ ❝ Lazy Perfectionist ❞ ?

คุณคือ ❝ Lazy Perfectionist ❞ ? ❝ Perfectionist ❞ เป็นคำที่ใช้เรียกบุคคลที่มีนิสัยชื่นชอบความสมบูรณ์แบบ มีมาตรฐานสูง บุคลิกเจ้าระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบสูง จะทำอะไรก็เป๊ะไปเสียทุกเรื่อง! เมื่อเป็น ❝ มนุษย์สมบูรณ์แบบ ❞ (Perfectionist) แล้ว คน ๆ นั้นจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ทำนั้นออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ทุกอย่างต้องเป็นไปตามแบบแผน ไม่ยืดหยุ่น ติดอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม และเพราะความเป๊ะ ! Perfectionist นี่ล่ะ จึงเต็มไปด้วยความกดดันไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ทำให้เกิดความกังวลและไม่มั่นใจว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้จะออกมาสมบูรณ์แบบอย่างที่คาดหวังหรือเปล่า จึงกลัวความล้มเหลว ความผิดพลาด หรือการถูกมองแบบผิดหวัง ทำให้ติดหล่มอยู่ในการผัดวันประกันพรุ่ง ส่วนเจ้าตัวขี้เกียจ ❝ Lazy ❞ นั้น ใช้เรียกบุคคลที่ไม่มีความกระตือรือร้นหรือความตั้งใจที่มากพอ…

รองเท้ากับความรัก: เลือกคู่ที่พอดี เพื่อความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน

ความรักก็เหมือนรองเท้า แม้จะสวยจับใจ  แต่หากไม่พอดีกับเรา ก็อาจสร้างความเจ็บปวดในทุกย่างก้าว ถ้าชีวิตคือการเดินทาง รองเท้าก็เปรียบเสมือนกับความรัก เพราะไม่ว่าเส้นทางที่เดินนั้นจะเป็นยังไง แค่มีรองเท้าคู่ใจ เราก็พร้อมลุยได้ตลอดเส้นทาง วันหนึ่ง … ฉันอยากได้รองเท้า ฉันเดินเข้าไปในร้านที่มีรองเท้าหลากสี หลายแบบวางเรียงราย ร้านแล้วร้านเล่า แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รองเท้าถูกใจกลับไปด้วยแม้แต่คู่เดียว เลือกแล้ว เลือกอีก จนในที่สุดก็มาหยุดอยู่หน้ากระจกร้านหรูแห่งหนึ่ง รองเท้าส้นสูงสีส้มคู่นั้นสะท้อนเงาเฉิดฉายผ่านกระจกออกมาเตะตาฉันตั้งแต่แรกเห็น มันช่างเป็นรองเท้าที่สวยจนอยากมีไว้ประดับคู่เท้าในทุกย่างก้าว โดยไม่รอรี..ฉันเดินตรงลิ่วเข้าไปหามัน แม้ป้ายราคาเล็ก ๆ ที่ติดเอาไว้จะบอกราคาที่ไม่เล็กนัก แต่ฉันไม่ลังเลสักนิดเดียวที่จะจ่ายเงินจำนวนนั้นออกไปเพื่อให้ได้รองเท้าที่ถูกใจที่สุดในวันนี้ ‘แน่นนิดนึงนะคะ..มีคู่ใหม่ที่ใหญ่กว่านี้ไหม’ ฉันถามพนักงานขายขณะที่กำลังพยายามสอดเท้าลงไปในรองเท้าคู่สวยให้พอดี แล้วพบว่ามันพอดีจนขยับเท้าไม่ได้ ‘ไม่มีหรอกค่ะ..เรามีแบบละคู่เท่านั้น รับรองว่า ใส่แล้วไม่ซ้ำแบบใคร’ พนักงานขายเสนอข้อได้เปรียบในการซื้อสินค้า ‘แต่ดิฉันว่าใส่แล้วก็พอดีนะคะ เผื่อมันยืดออกอีกนิดหน่อย’ เธอยังคงเสนอต่อ เมื่อเห็นแววตาที่ฉันชื่นชมสินค้าของเธอ แล้วในเย็นวันนั้นฉันกลับบ้านด้วยรอยยิ้มกรุ่นพร้อมกับรองเท้าคู่สวยที่อยู่ในมือ ฉันจัดแจงโยนรองเท้าผ้าใบคู่เก่าที่ใส่มาแรมปีทิ้งไปอย่างไม่แยแส  วันรุ่งขึ้น… ฉันออกเดินด้วยรองเท้าคู่ใหม่อย่างเฉิดฉาย ยิ่งมีใครต่อใครชมว่ามันสวยนักหนาฉันก็ยิ่งปลื้มใจ ทว่าไม่ทันข้ามวันรองเท้าเจ้ากรรมก็แผลงฤทธิ์จนฉันเดินโขยกเขยก และเย็นวันนั้นฉันก็ต้องกลับมาบ้านพร้อมกับเท้าที่ระบม  ห า…

5 หนังสือพัฒนาตัวเอง กับเหตุผลที่คุณควรอ่าน

5 หนังสือพัฒนาตัวเอง กับเหตุผลที่คุณควรอ่าน เราต่างรู้กันดีว่า..การที่จะประสบความสำเร็จไม่ใช่แค่การวางแผนและการลงมือทำเท่านั้น เพราะการเริ่มต้นลงมือทำอย่างเดียวคงจะไม่เพียงพอให้เราไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้ แต่ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนแนวความคิด และนำเทคนิคต่าง ๆ มาปรับใช้ เพื่อพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ให้เราเข้าใกล้เป้าหมายได้มากขึ้น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างทาง “เราทุกคนพัฒนาไปเป็นคนที่ดีว่าเดิมได้” หากเป้าหมายคือสิ่งที่เราปรารถนาอย่างแท้จริงก็คุ้มค่าแล้วที่ได้พยายาม ลองใช้หนังสือเป็นตัวช่วย ❝ 5 หนังสือพัฒนาตัวเอง ❞ เพื่อปลดล็อคศักยภาพในตัวคุณ แบบไม่มีที่สิ้นสุด กับเหตุผลที่คุณควรอ่าน #ของมันต้องมี 1. “𝗔𝘁𝗼𝗺𝗶𝗰 𝗛𝗮𝗯𝗶𝘁𝘀” โดย 𝐽𝑎𝑚𝑒𝑠 𝐶𝑙𝑒𝑎𝑟 หนังสือขายดีระดับโลกที่มียอดขายหลายล้านเล่ม แปลไปแล้วกว่า 40 ภาษา การันตีความดีงามโดย “New York Times Bestseller” เหตุผล: หนังสือเล่มนี้มุ่งเน้นไปที่การสร้างและรักษานิสัยที่ดี…

Toxic People หยิบจับด้วยความระวัง คนเป็นพิษที่บั่นทอนชีวิตคุณ!

Toxic People หยิบจับด้วยความระวัง คนเป็นพิษที่บั่นทอนชีวิตคุณ! ในโลกที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลาย มีทั้งคนที่พร้อมจะสร้างแรงบันดาลใจ พอ ๆ กับผู้ที่ทำลายจิตใจและต้องการฉุดรั้งให้คุณต่ำลง Toxic People หรือ คนเป็นพิษ คือผู้ที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อจิตใจและความสุขของคุณอย่างมาก ความเป็นพิษนี้ปรากฏอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว หรือ เพื่อนสนิท การอยู่ใกล้พวกเขาอาจทำให้คุณรู้สึกหมดพลัง ท้อแท้ และส่งผลเสียต่อชีวิตในระยะยาว สิ่งสำคัญคือพวกเขามักซ่อนพิษไว้รอเล่นงานคุณเมื่อคุณไม่ทันระวัง! Toxic People คืออะไร? รับมืออย่างไรเมื่อคนรอบตัวกลายเป็นพิษ Toxic People หรือ คนเป็นพิษ คือบุคคลที่มีพฤติกรรมหรือทัศนคติที่ทำลาย สุขภาพจิต และ ความสุข ของคนรอบข้าง โดยที่พวกเขามักไม่ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตัวเอง ที่แย่ยิ่งกว่านั้น บางครั้งพวกเขาอาจรู้สึกดีกับการเห็นคนอื่นตกต่ำหรือล้มเหลว…

Hate at first sight เปลี่ยน ❝ เกลียดแรกพบ ❞ เป็นมิตรภาพที่งดงาม

𝑯𝒂𝒕𝒆 𝒂𝒕 𝑭𝒊𝒓𝒔𝒕 𝑺𝒊𝒈𝒉𝒕 เปลี่ยน ❝ เกลียดแรกพบ ❞ เป็นมิตรภาพที่งดงาม เมื่อพูดถึงคำว่า “รักแรกพบ” หลายคนคงคุ้นเคย แต่เชื่อไหมว่า “เกลียดแรกพบ”ก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน! ความรู้สึกไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน อาจจะเป็นปฏิกิริยาจากสิ่งที่เรารับรู้ในเสี้ยววินาทีนั้น มันเกิดขึ้นได้โดยไม่ทันตั้งตัว เพราะความรู้สึกแรกที่เราได้เจอใครสักคนสามารถเป็นไปได้ทั้งในทางบวกและทางลบ และเราก็แทบจะอธิบายกับตัวเองไม่ได้เลยว่า ทำไมเราถึงรู้สึกไม่ชอบ หรือรู้สึกหมั่นไส้ คน ๆ นั้น ทั้งที่ยังไม่ทันได้รู้จักกันเลย แต่จะดีกว่าไหม หากเราสามารถเปลี่ยนความรู้สึกนี้ให้กลายเป็นมิตรภาพที่งดงาม? ปัจจัยที่ทำให้เกิด “เกลียดแรกพบ” การเกลียดหรือไม่ชอบใครสักคนตั้งแต่แรกพบมักเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น การแต่งกาย ท่าทาง หรือแม้แต่ทัศนคติในสังคม ปฏิกิริยาทางกายหรือจิตใจของเรานั้นตอบสนองต่อสิ่งที่แตกต่างออกไป บางครั้งอาจเป็นการป้องกันตนเองจากสิ่งที่เรารู้สึกว่าเป็นภัยโดยไม่รู้ตัว แล้วอะไรเป็นสาเหตุของความรู้สึก…

3 ช่าง ❝ ปลดล็อกความสุข ❞ ให้ทุกจังหวะของชีวิต

unlock your happeniess

3 ช่าง ❝ ปลดล็อกความสุข ❞ ให้ทุกจังหวะของชีวิต เพราะปัญหาเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิตที่ทุกคนต้องเจอ ไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาได้ แต่สิ่งสำคัญ คือวิธีที่เรารับมือและจัดการกับปัญหาเหล่านั้นต่างหาก ซึ่งวิธีคิดแบบปล่อยวางและไม่ยึดติดกับปัญหาและความคิดเห็นของคนอื่นนั้น ช่วยให้ชีวิตมีความสุขและความสงบมากขึ้น และนี่คือแนวคิด “3 ช่าง” ที่จะสอนให้เราปล่อยวาง 1. ช่างมัน (𝐿𝑒𝑡 𝑖𝑡 𝑏𝑒): ปล่อยวางกับช่างมัน ปล่อยวางปัญหาในสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ยึดติดกับความผิดพลาด หรือความไม่สมบูรณ์แบบ วิธีรับมือ ยอมรับสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้: หากเกิดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์หรือความผิดพลาด ให้ยอมรับและปล่อยวาง ไม่จมอยู่กับความคิด ความเศร้านาน มีทัศนคติที่เปิดกว้าง: ไม่คาดหวังว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่เราคิด พร้อมยอมรับความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน 2. ช่างเถอะ (𝐿𝑒𝑡 𝑖𝑡 𝑔𝑜): หลุดพ้นจากความกังวลกับช่างเถอะ…

เลือกแคร์คำพูดให้ถูกคน แล้วหันมาใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง

  เลือกแคร์คำพูดให้ถูกคน แล้วหันมาใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง ในโลกที่เต็มไปด้วยผู้คนและความคิดเห็นมากมาย การพยายามทำให้ทุกคนพอใจนั้น ❝ เป็นไปไม่ได้ ❞ รู้ไหมว่า!? คนที่แคร์สายตาคนอื่นมักมีความกลัวบางอย่างซ่อนอยู่ภายใน มาดูความกลัวที่พบบ่อยในคนที่แคร์สายตาคนอื่นมากเกินไปกันดีกว่า… กลัวการถูกวิจารณ์และปฏิเสธ: การแสวงหาการยอมรับจากสังคมเป็นสิ่งที่สร้างความเครียดและวิตกกังวล กลัวการถูกตัดสิน: คนส่วนมากกลัวว่าจะถูกตัดสินจากการกระทำเพียงครั้งเดียว ทำให้รู้สึกว่าไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม กลัวความล้มเหลว: ความกลัวว่าหากไม่ประสบความสำเร็จจะถูกมองว่าเป็นคนล้มเหลว ทำให้ไม่กล้าลองทำสิ่งใหม่ ๆ กลัวการเปลี่ยนแปลง: การออกจากพื้นที่ที่คุ้นเคยหรือทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนอาจทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย กลัวที่จะสูญเสียความสัมพันธ์: การทำสิ่งที่แตกต่างอาจทำให้สูญเสียความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ขาดความมั่นใจในตัวเอง: ความไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเองทำให้ต้องพึ่งพาความคิดเห็นของคนอื่น มีประสบการณ์ไม่ดีในอดีต: ประสบการณ์ที่ถูกวิจารณ์หรือตัดสินในทางลบอาจทำให้เกิดความกลัว ตอนนี้คุณกำลังรู้สึก ‘กลัว’ หรือ ‘กังวล’ กับสายตาของคนอื่นอยู่หรือเปล่า? ว่าเขาจะชอบเราไหม? ยอมรับตัวตนเราได้หรือเปล่า? หรือ เราดูดีพอหรือยัง?จนเริ่มหมดความมั่นใจและกลัวการทำผิดพลาด เราต้องยอมรับความจริงว่า เราไม่สามารถบังคับให้ทุกคนชอบเราได้ เพราะไม่ว่าเราจะทำอย่างไร ก็ยังมีผู้คนที่ชอบและไม่ชอบเราเสมอ…